เครื่องพิมพ์วันที่ ช่วยให้โรงงานพิมพ์วันที่ผลิต วันหมดอายุ และหมายเลขล็อตลงบนสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ได้อย่างเป็นระบบ ประโยชน์สำคัญคือทำงานร่วมกับสายการผลิต ลดงานป้อนข้อมูลซ้ำ และเชื่อมโยงสินค้ากับข้อมูลการผลิตเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการเลือกเทคโนโลยี หมึก วัสดุ และการตั้งค่าที่เหมาะกับงานจริง
บทความนี้อธิบาย 8 ประโยชน์ของเครื่องพิมพ์วันที่ เปรียบเทียบระบบ CIJ, TIJ, TTO และเลเซอร์ พร้อมรายการข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนเลือกเครื่องพิมพ์อุตสาหกรรมสำหรับโรงงานของคุณ
เครื่องพิมพ์วันที่คืออะไร และพิมพ์ข้อมูลอะไรได้บ้าง
เครื่องพิมพ์วันที่ หรือ Date Coding Machine เป็นอุปกรณ์สำหรับพิมพ์หรือทำเครื่องหมายข้อมูลที่เปลี่ยนไปตามรอบการผลิต โดยอาจพิมพ์ลงบนชิ้นงาน บรรจุภัณฑ์ ฟิล์ม หรือฉลาก ขึ้นอยู่กับระบบที่ใช้ ข้อมูลที่พบบ่อย ได้แก่
- MFG หรือ MFD: วันที่ผลิต ตามรูปแบบที่ผู้ผลิตกำหนด
- EXP: วันหมดอายุที่ผู้ผลิตกำหนดจากข้อมูลอายุสินค้า
- LOT หรือ Batch Number: รหัสระบุชุดการผลิต สำหรับเชื่อมโยงกับบันทึกของโรงงาน
- Serial Number: หมายเลขประจำสินค้าแต่ละชิ้น ในระบบที่รองรับการสร้างเลขลำดับ
- บาร์โค้ดหรือ QR Code: สำหรับเครื่องและซอฟต์แวร์ที่รองรับรูปแบบรหัสนั้น
ดังนั้น คำว่า เครื่องพิมพ์วันหมดอายุ และ เครื่องพิมพ์ล็อตนัมเบอร์ จึงมักอธิบายการใช้งานของเครื่องกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกรุ่นพิมพ์รหัสทุกชนิดได้ ควรตรวจสอบชุดอักขระ ขนาดพื้นที่พิมพ์ และข้อมูลที่ต้องใช้กับรุ่นที่เลือก
8 ประโยชน์ของเครื่องพิมพ์วันที่สำหรับโรงงาน
1. ทำงานต่อเนื่องร่วมกับสายการผลิต
เมื่อเลือกเครื่องและติดตั้งหัวพิมพ์ให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของสินค้า โรงงานสามารถพิมพ์รหัสระหว่างลำเลียงได้ ช่วยลดขั้นตอนเขียนหรือประทับข้อมูลด้วยมือ เหมาะกับงานที่ต้องพิมพ์ข้อความเดิมบนสินค้าจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ต้องประเมินความเร็วสายพาน จำนวนบรรทัด และระยะห่างระหว่างสินค้า ไม่ใช้เพียงตัวเลขความเร็วสูงสุดของเครื่องตัดสินใจ
2. ลดการป้อนข้อมูลซ้ำและความคลาดเคลื่อน
การบันทึกแม่แบบข้อความช่วยให้รูปแบบวันที่และตำแหน่งข้อมูลสม่ำเสมอ เครื่องบางรุ่นรองรับวันที่อัตโนมัติหรือการเปลี่ยนข้อความจากระบบภายนอก จึงลดงานพิมพ์ข้อมูลเดิมซ้ำได้ แต่เครื่องยังพิมพ์ผิดได้หากเลือกแม่แบบ ตั้งนาฬิกา หรือป้อนอายุสินค้าผิด ควรตรวจชิ้นแรกหลังเปลี่ยนงานและกำหนดผู้รับผิดชอบอนุมัติข้อความให้ชัดเจน
3. เชื่อมโยงสินค้ากับข้อมูลการผลิตเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ
รหัสล็อตที่อ่านได้ช่วยเชื่อมโยงสินค้ากับวันผลิต วัตถุดิบ หรือบันทึกการตรวจคุณภาพ เมื่อโรงงานจัดเก็บข้อมูลเหล่านั้นอย่างเป็นระบบ หากพบปัญหาจึงค้นหาชุดสินค้าที่เกี่ยวข้องได้สะดวกขึ้น ตัวเครื่องทำหน้าที่พิมพ์รหัส ส่วนการตรวจสอบย้อนกลับต้องอาศัยบันทึกและกระบวนการของโรงงานร่วมด้วย
4. ทำให้ผู้ซื้ออ่านข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ได้ชัดเจน
วันที่และรหัสที่มีขนาดเหมาะสม ตัดกับสีพื้น และไม่เลอะหลังการขนส่ง ช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ปฏิบัติงานอ่านข้อมูลได้ง่าย ควรเลือกตำแหน่งที่ไม่ถูกซีล รอยพับ หรือฉลากอื่นบัง และทดลองอ่านรหัสหลังผ่านกระบวนการจริง เช่น การแช่เย็นหรือการเสียดสีระหว่างลำเลียง
5. เลือกเทคโนโลยีให้เข้ากับบรรจุภัณฑ์ได้หลายแบบ
ขวดพลาสติก ขวดแก้ว กล่องกระดาษ ซอง และฟิล์มมีคุณสมบัติต่างกัน โรงงานจึงเลือกวิธีพิมพ์ให้เหมาะกับพื้นผิวและกระบวนการได้ เช่น อิงค์เจ็ทสำหรับงานพิมพ์แบบไม่สัมผัส หรือ TTO สำหรับฟิล์มและฉลากที่ใช้กับเครื่องบรรจุ การรองรับวัสดุจริงต้องทดสอบร่วมกับหมึกหรือริบบอนที่เลือก ไม่ควรสรุปว่าเครื่องเดียวเหมาะกับทุกพื้นผิว
6. ช่วยควบคุมต้นทุนจากงานแก้ไขและของเสีย
การพิมพ์ที่สม่ำเสมอและขั้นตอนตรวจข้อความก่อนเริ่มงานอาจช่วยลดสินค้าที่ต้องแก้ไขหรือคัดทิ้งได้ แต่ความคุ้มค่าต้องประเมินจากงานของโรงงานเอง ทั้งราคาซื้อ หมึก ตัวทำละลายหรือริบบอน อะไหล่ การบำรุงรักษา และเวลาหยุดเครื่อง ไม่มีเทคโนโลยีใดประหยัดที่สุดในทุกกรณี
7. จัดการข้อมูลบนสินค้าให้เป็นรูปแบบเดียวกัน
แม่แบบที่กำหนดไว้ช่วยให้แต่ละกะใช้ตำแหน่ง รูปแบบวันที่ และข้อความเดียวกัน โรงงานสามารถจัดทำรายการตรวจสำหรับชิ้นงานแรกและระหว่างการผลิต เพื่อช่วยควบคุมความครบถ้วนของข้อมูล ทั้งนี้ การมีเครื่องพิมพ์ไม่ได้รับรองว่าข้อความบนฉลากถูกต้องครบถ้วนสำหรับสินค้าทุกประเภท ต้องตรวจข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของตนแยกต่างหาก
8. ต่อยอดสู่การควบคุมและตรวจรหัสอัตโนมัติ
เครื่องบางรุ่นเชื่อมต่อเซนเซอร์ เอ็นโค้ดเดอร์ ซอฟต์แวร์จัดการข้อความ หรือระบบควบคุมสายการผลิตได้ หากต้องการใช้กล้องตรวจรหัสหรือระบบคัดแยกสินค้าที่พิมพ์ไม่ผ่าน ควรออกแบบเป็นระบบร่วมกันตั้งแต่ต้น และยืนยันพอร์ตสื่อสาร อุปกรณ์เสริม และรูปแบบข้อมูลของรุ่นจริง
เลือกเครื่องพิมพ์วันที่ระบบไหนดี
เริ่มจากวัสดุ รูปทรงสินค้า ข้อมูลที่จะพิมพ์ และลักษณะการเคลื่อนที่ แล้วจึงเปรียบเทียบเทคโนโลยี ตารางนี้ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่การรับรองว่าเครื่องทุกรุ่นรองรับวัสดุหรือรหัสเหมือนกัน
| ระบบ | ลักษณะงานที่ควรพิจารณา | สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนเลือก |
|---|---|---|
| CIJ อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่อง | พิมพ์วันที่และรหัสขนาดเล็กบนสินค้าที่เคลื่อนที่ เช่น ขวด กระป๋อง หรือชิ้นงาน | ชนิดหมึก การยึดเกาะ เวลาแห้ง ความเร็วจริง ระยะหัวพิมพ์ และการดูแลระบบหมึก |
| TIJ อิงค์เจ็ทความร้อน | งานข้อความและรหัสที่ต้องการความละเอียดบนกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ที่รองรับ | หมึกสำหรับพื้นผิวพรุนหรือไม่พรุน ระยะหัวพิมพ์ ความสูงรหัส และความเร็วที่คุณภาพยอมรับได้ |
| TTO ถ่ายโอนความร้อน | พิมพ์ข้อมูลแปรผันบนฟิล์มบรรจุภัณฑ์หรือฉลาก โดยใช้หัวพิมพ์และริบบอน | การติดตั้งกับเครื่องบรรจุ โหมดฟิล์มหยุดหรือวิ่ง ขนาดพื้นที่พิมพ์ และชนิดริบบอน |
| เลเซอร์มาร์คกิ้ง | ทำเครื่องหมายโดยเปลี่ยนสภาพผิววัสดุที่เหมาะสม โดยไม่ใช้หมึกสำหรับสร้างรหัส | ชนิดเลเซอร์กับวัสดุ ความคมชัด ผลต่อบรรจุภัณฑ์ ระบบดูดควัน และชุดป้องกันที่เหมาะสม |
หลักการพิมพ์ของ CIJ, TIJ และเลเซอร์ รวมถึงการใช้ริบบอนของระบบถ่ายโอนความร้อน อ้างอิงข้อมูลทางเทคนิคจาก Videojet เรื่อง Date Coders และ Domino เรื่อง Product Coding โดยรายละเอียดของแต่ละรุ่นและวัสดุสิ้นเปลืองอาจแตกต่างกัน
เช็กลิสต์ก่อนซื้อเครื่องพิมพ์วันที่
- ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์จริง: ระบุวัสดุ สี ความโค้ง และสภาพผิวขณะพิมพ์
- ตัวอย่างข้อความ: วันที่ผลิต วันหมดอายุ ล็อต จำนวนบรรทัด ขนาดตัวอักษร และชนิดบาร์โค้ดที่ต้องการ
- ข้อมูลสายการผลิต: ความเร็วสายพาน ระยะห่างสินค้า จำนวนกะ และจุดติดตั้งที่มีอยู่
- เงื่อนไขหลังพิมพ์: เวลาก่อนสัมผัสรหัส การแช่เย็น ความชื้น การเสียดสี หรือขั้นตอนอื่นที่ต้องผ่าน
- การเปลี่ยนงานและการเชื่อมต่อ: จำนวนแม่แบบ ผู้มีสิทธิ์เปลี่ยนข้อความ และอุปกรณ์ที่ต้องทำงานร่วมกัน
- ค่าใช้จ่ายและบริการ: วัสดุสิ้นเปลืองตามการใช้งานจริง รอบบำรุงรักษา อะไหล่ และการสนับสนุนหลังการขาย
ก่อนตัดสินใจ ควรทดลองพิมพ์บนวัสดุจริงด้วยข้อความและความเร็วที่ต้องใช้ พร้อมกำหนดเกณฑ์รับงาน เช่น อ่านวันที่ได้ครบ รหัสไม่เลอะ และบาร์โค้ดสแกนได้ด้วยอุปกรณ์ที่ใช้งานจริง หากต้องการผลตรวจคุณภาพรหัสตามมาตรฐาน ควรตกลงวิธีและเครื่องมือตรวจกับผู้ให้บริการแยกจากการสแกนทั่วไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์วันที่
เครื่องพิมพ์วันที่กับเครื่องพิมพ์วันหมดอายุเป็นเครื่องเดียวกันหรือไม่
เครื่องหลายรุ่นพิมพ์ได้ทั้งวันที่ผลิต วันหมดอายุ และหมายเลขล็อต โดยเลือกข้อมูลในแม่แบบ แต่ความสามารถในการคำนวณวันหมดอายุอัตโนมัติหรือรับข้อมูลจากภายนอกขึ้นอยู่กับรุ่นและซอฟต์แวร์ เครื่องไม่ได้เป็นผู้กำหนดอายุสินค้าที่เหมาะสมแทนผู้ผลิต
เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทอุตสาหกรรมพิมพ์ QR Code ได้ทุกรุ่นหรือไม่
ไม่ได้ทุกรุ่น ต้องตรวจชนิดรหัสที่รองรับ ความละเอียด พื้นที่พิมพ์ และซอฟต์แวร์ของเครื่อง ตัวอย่างข้อมูลจาก KGK Marking Technologies ระบุความสามารถด้านบาร์โค้ดและ QR Code แยกตามรุ่น จึงควรส่งตัวอย่างรหัสให้ทดลองก่อนเลือกซื้อ
เครื่องเลเซอร์มาร์คกิ้งไม่มีค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองเลยหรือไม่
เลเซอร์ไม่ใช้หมึกหรือริบบอนสำหรับสร้างรหัส แต่ยังมีต้นทุนด้านพลังงาน การดูแลระบบ และอุปกรณ์ประกอบ เช่น ระบบดูดควันหรือชิ้นส่วนที่ต้องเปลี่ยนตามการใช้งาน จึงควรประเมินค่าใช้จ่ายรวมและทดลองกับวัสดุจริง ไม่พิจารณาเฉพาะค่าหมึกที่ลดลง
ปรึกษาการเลือกเครื่องพิมพ์วันที่กับบิสนคร
หากกำลังมองหาเครื่องพิมพ์วันที่สำหรับสายการผลิต สามารถเริ่มศึกษาจาก KGK JET CCS3100 เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทอุตสาหกรรมระบบ CIJ หรือเลือกดูเครื่องในหมวด TIJ, TTO และเลเซอร์ข้างต้น โดยไม่จำเป็นต้องเลือกเทคโนโลยีเดียวกันสำหรับทุกบรรจุภัณฑ์
ติดต่อทีมบิสนคร พร้อมตัวอย่างสินค้าและข้อมูลสายการผลิตเพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสม โทร 02-947-9274 หรืออีเมล [email protected]
อ่านความรู้พื้นฐานเพิ่มเติม: เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทคืออะไร และแตกต่างกันอย่างไรในแต่ละประเภท

