Articles

เครื่องพิมพ์วันที่มีประโยชน์อย่างไร? 8 ข้อดีสำหรับโรงงาน

ทีมบิสนคร
October 22, 2026
2 min read
ภาพประกอบเครื่องพิมพ์วันที่ในสายการผลิต พร้อมรหัส MFG EXP และ LOT บนบรรจุภัณฑ์

เครื่องพิมพ์วันที่ ช่วยให้โรงงานพิมพ์วันที่ผลิต วันหมดอายุ และหมายเลขล็อตลงบนสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ได้อย่างเป็นระบบ ประโยชน์สำคัญคือทำงานร่วมกับสายการผลิต ลดงานป้อนข้อมูลซ้ำ และเชื่อมโยงสินค้ากับข้อมูลการผลิตเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการเลือกเทคโนโลยี หมึก วัสดุ และการตั้งค่าที่เหมาะกับงานจริง

บทความนี้อธิบาย 8 ประโยชน์ของเครื่องพิมพ์วันที่ เปรียบเทียบระบบ CIJ, TIJ, TTO และเลเซอร์ พร้อมรายการข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนเลือกเครื่องพิมพ์อุตสาหกรรมสำหรับโรงงานของคุณ

เครื่องพิมพ์วันที่คืออะไร และพิมพ์ข้อมูลอะไรได้บ้าง

เครื่องพิมพ์วันที่ หรือ Date Coding Machine เป็นอุปกรณ์สำหรับพิมพ์หรือทำเครื่องหมายข้อมูลที่เปลี่ยนไปตามรอบการผลิต โดยอาจพิมพ์ลงบนชิ้นงาน บรรจุภัณฑ์ ฟิล์ม หรือฉลาก ขึ้นอยู่กับระบบที่ใช้ ข้อมูลที่พบบ่อย ได้แก่

  • MFG หรือ MFD: วันที่ผลิต ตามรูปแบบที่ผู้ผลิตกำหนด
  • EXP: วันหมดอายุที่ผู้ผลิตกำหนดจากข้อมูลอายุสินค้า
  • LOT หรือ Batch Number: รหัสระบุชุดการผลิต สำหรับเชื่อมโยงกับบันทึกของโรงงาน
  • Serial Number: หมายเลขประจำสินค้าแต่ละชิ้น ในระบบที่รองรับการสร้างเลขลำดับ
  • บาร์โค้ดหรือ QR Code: สำหรับเครื่องและซอฟต์แวร์ที่รองรับรูปแบบรหัสนั้น

ดังนั้น คำว่า เครื่องพิมพ์วันหมดอายุ และ เครื่องพิมพ์ล็อตนัมเบอร์ จึงมักอธิบายการใช้งานของเครื่องกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกรุ่นพิมพ์รหัสทุกชนิดได้ ควรตรวจสอบชุดอักขระ ขนาดพื้นที่พิมพ์ และข้อมูลที่ต้องใช้กับรุ่นที่เลือก

8 ประโยชน์ของเครื่องพิมพ์วันที่สำหรับโรงงาน

1. ทำงานต่อเนื่องร่วมกับสายการผลิต

เมื่อเลือกเครื่องและติดตั้งหัวพิมพ์ให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของสินค้า โรงงานสามารถพิมพ์รหัสระหว่างลำเลียงได้ ช่วยลดขั้นตอนเขียนหรือประทับข้อมูลด้วยมือ เหมาะกับงานที่ต้องพิมพ์ข้อความเดิมบนสินค้าจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ต้องประเมินความเร็วสายพาน จำนวนบรรทัด และระยะห่างระหว่างสินค้า ไม่ใช้เพียงตัวเลขความเร็วสูงสุดของเครื่องตัดสินใจ

2. ลดการป้อนข้อมูลซ้ำและความคลาดเคลื่อน

การบันทึกแม่แบบข้อความช่วยให้รูปแบบวันที่และตำแหน่งข้อมูลสม่ำเสมอ เครื่องบางรุ่นรองรับวันที่อัตโนมัติหรือการเปลี่ยนข้อความจากระบบภายนอก จึงลดงานพิมพ์ข้อมูลเดิมซ้ำได้ แต่เครื่องยังพิมพ์ผิดได้หากเลือกแม่แบบ ตั้งนาฬิกา หรือป้อนอายุสินค้าผิด ควรตรวจชิ้นแรกหลังเปลี่ยนงานและกำหนดผู้รับผิดชอบอนุมัติข้อความให้ชัดเจน

3. เชื่อมโยงสินค้ากับข้อมูลการผลิตเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ

รหัสล็อตที่อ่านได้ช่วยเชื่อมโยงสินค้ากับวันผลิต วัตถุดิบ หรือบันทึกการตรวจคุณภาพ เมื่อโรงงานจัดเก็บข้อมูลเหล่านั้นอย่างเป็นระบบ หากพบปัญหาจึงค้นหาชุดสินค้าที่เกี่ยวข้องได้สะดวกขึ้น ตัวเครื่องทำหน้าที่พิมพ์รหัส ส่วนการตรวจสอบย้อนกลับต้องอาศัยบันทึกและกระบวนการของโรงงานร่วมด้วย

4. ทำให้ผู้ซื้ออ่านข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ได้ชัดเจน

วันที่และรหัสที่มีขนาดเหมาะสม ตัดกับสีพื้น และไม่เลอะหลังการขนส่ง ช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ปฏิบัติงานอ่านข้อมูลได้ง่าย ควรเลือกตำแหน่งที่ไม่ถูกซีล รอยพับ หรือฉลากอื่นบัง และทดลองอ่านรหัสหลังผ่านกระบวนการจริง เช่น การแช่เย็นหรือการเสียดสีระหว่างลำเลียง

5. เลือกเทคโนโลยีให้เข้ากับบรรจุภัณฑ์ได้หลายแบบ

ขวดพลาสติก ขวดแก้ว กล่องกระดาษ ซอง และฟิล์มมีคุณสมบัติต่างกัน โรงงานจึงเลือกวิธีพิมพ์ให้เหมาะกับพื้นผิวและกระบวนการได้ เช่น อิงค์เจ็ทสำหรับงานพิมพ์แบบไม่สัมผัส หรือ TTO สำหรับฟิล์มและฉลากที่ใช้กับเครื่องบรรจุ การรองรับวัสดุจริงต้องทดสอบร่วมกับหมึกหรือริบบอนที่เลือก ไม่ควรสรุปว่าเครื่องเดียวเหมาะกับทุกพื้นผิว

6. ช่วยควบคุมต้นทุนจากงานแก้ไขและของเสีย

การพิมพ์ที่สม่ำเสมอและขั้นตอนตรวจข้อความก่อนเริ่มงานอาจช่วยลดสินค้าที่ต้องแก้ไขหรือคัดทิ้งได้ แต่ความคุ้มค่าต้องประเมินจากงานของโรงงานเอง ทั้งราคาซื้อ หมึก ตัวทำละลายหรือริบบอน อะไหล่ การบำรุงรักษา และเวลาหยุดเครื่อง ไม่มีเทคโนโลยีใดประหยัดที่สุดในทุกกรณี

7. จัดการข้อมูลบนสินค้าให้เป็นรูปแบบเดียวกัน

แม่แบบที่กำหนดไว้ช่วยให้แต่ละกะใช้ตำแหน่ง รูปแบบวันที่ และข้อความเดียวกัน โรงงานสามารถจัดทำรายการตรวจสำหรับชิ้นงานแรกและระหว่างการผลิต เพื่อช่วยควบคุมความครบถ้วนของข้อมูล ทั้งนี้ การมีเครื่องพิมพ์ไม่ได้รับรองว่าข้อความบนฉลากถูกต้องครบถ้วนสำหรับสินค้าทุกประเภท ต้องตรวจข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของตนแยกต่างหาก

8. ต่อยอดสู่การควบคุมและตรวจรหัสอัตโนมัติ

เครื่องบางรุ่นเชื่อมต่อเซนเซอร์ เอ็นโค้ดเดอร์ ซอฟต์แวร์จัดการข้อความ หรือระบบควบคุมสายการผลิตได้ หากต้องการใช้กล้องตรวจรหัสหรือระบบคัดแยกสินค้าที่พิมพ์ไม่ผ่าน ควรออกแบบเป็นระบบร่วมกันตั้งแต่ต้น และยืนยันพอร์ตสื่อสาร อุปกรณ์เสริม และรูปแบบข้อมูลของรุ่นจริง

เลือกเครื่องพิมพ์วันที่ระบบไหนดี

เริ่มจากวัสดุ รูปทรงสินค้า ข้อมูลที่จะพิมพ์ และลักษณะการเคลื่อนที่ แล้วจึงเปรียบเทียบเทคโนโลยี ตารางนี้ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่การรับรองว่าเครื่องทุกรุ่นรองรับวัสดุหรือรหัสเหมือนกัน

เปรียบเทียบเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์วันที่เบื้องต้น
ระบบลักษณะงานที่ควรพิจารณาสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนเลือก
CIJ อิงค์เจ็ทแบบต่อเนื่องพิมพ์วันที่และรหัสขนาดเล็กบนสินค้าที่เคลื่อนที่ เช่น ขวด กระป๋อง หรือชิ้นงานชนิดหมึก การยึดเกาะ เวลาแห้ง ความเร็วจริง ระยะหัวพิมพ์ และการดูแลระบบหมึก
TIJ อิงค์เจ็ทความร้อนงานข้อความและรหัสที่ต้องการความละเอียดบนกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ที่รองรับหมึกสำหรับพื้นผิวพรุนหรือไม่พรุน ระยะหัวพิมพ์ ความสูงรหัส และความเร็วที่คุณภาพยอมรับได้
TTO ถ่ายโอนความร้อนพิมพ์ข้อมูลแปรผันบนฟิล์มบรรจุภัณฑ์หรือฉลาก โดยใช้หัวพิมพ์และริบบอนการติดตั้งกับเครื่องบรรจุ โหมดฟิล์มหยุดหรือวิ่ง ขนาดพื้นที่พิมพ์ และชนิดริบบอน
เลเซอร์มาร์คกิ้งทำเครื่องหมายโดยเปลี่ยนสภาพผิววัสดุที่เหมาะสม โดยไม่ใช้หมึกสำหรับสร้างรหัสชนิดเลเซอร์กับวัสดุ ความคมชัด ผลต่อบรรจุภัณฑ์ ระบบดูดควัน และชุดป้องกันที่เหมาะสม

หลักการพิมพ์ของ CIJ, TIJ และเลเซอร์ รวมถึงการใช้ริบบอนของระบบถ่ายโอนความร้อน อ้างอิงข้อมูลทางเทคนิคจาก Videojet เรื่อง Date Coders และ Domino เรื่อง Product Coding โดยรายละเอียดของแต่ละรุ่นและวัสดุสิ้นเปลืองอาจแตกต่างกัน

เช็กลิสต์ก่อนซื้อเครื่องพิมพ์วันที่

  • ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์จริง: ระบุวัสดุ สี ความโค้ง และสภาพผิวขณะพิมพ์
  • ตัวอย่างข้อความ: วันที่ผลิต วันหมดอายุ ล็อต จำนวนบรรทัด ขนาดตัวอักษร และชนิดบาร์โค้ดที่ต้องการ
  • ข้อมูลสายการผลิต: ความเร็วสายพาน ระยะห่างสินค้า จำนวนกะ และจุดติดตั้งที่มีอยู่
  • เงื่อนไขหลังพิมพ์: เวลาก่อนสัมผัสรหัส การแช่เย็น ความชื้น การเสียดสี หรือขั้นตอนอื่นที่ต้องผ่าน
  • การเปลี่ยนงานและการเชื่อมต่อ: จำนวนแม่แบบ ผู้มีสิทธิ์เปลี่ยนข้อความ และอุปกรณ์ที่ต้องทำงานร่วมกัน
  • ค่าใช้จ่ายและบริการ: วัสดุสิ้นเปลืองตามการใช้งานจริง รอบบำรุงรักษา อะไหล่ และการสนับสนุนหลังการขาย

ก่อนตัดสินใจ ควรทดลองพิมพ์บนวัสดุจริงด้วยข้อความและความเร็วที่ต้องใช้ พร้อมกำหนดเกณฑ์รับงาน เช่น อ่านวันที่ได้ครบ รหัสไม่เลอะ และบาร์โค้ดสแกนได้ด้วยอุปกรณ์ที่ใช้งานจริง หากต้องการผลตรวจคุณภาพรหัสตามมาตรฐาน ควรตกลงวิธีและเครื่องมือตรวจกับผู้ให้บริการแยกจากการสแกนทั่วไป

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์วันที่

เครื่องพิมพ์วันที่กับเครื่องพิมพ์วันหมดอายุเป็นเครื่องเดียวกันหรือไม่

เครื่องหลายรุ่นพิมพ์ได้ทั้งวันที่ผลิต วันหมดอายุ และหมายเลขล็อต โดยเลือกข้อมูลในแม่แบบ แต่ความสามารถในการคำนวณวันหมดอายุอัตโนมัติหรือรับข้อมูลจากภายนอกขึ้นอยู่กับรุ่นและซอฟต์แวร์ เครื่องไม่ได้เป็นผู้กำหนดอายุสินค้าที่เหมาะสมแทนผู้ผลิต

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทอุตสาหกรรมพิมพ์ QR Code ได้ทุกรุ่นหรือไม่

ไม่ได้ทุกรุ่น ต้องตรวจชนิดรหัสที่รองรับ ความละเอียด พื้นที่พิมพ์ และซอฟต์แวร์ของเครื่อง ตัวอย่างข้อมูลจาก KGK Marking Technologies ระบุความสามารถด้านบาร์โค้ดและ QR Code แยกตามรุ่น จึงควรส่งตัวอย่างรหัสให้ทดลองก่อนเลือกซื้อ

เครื่องเลเซอร์มาร์คกิ้งไม่มีค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองเลยหรือไม่

เลเซอร์ไม่ใช้หมึกหรือริบบอนสำหรับสร้างรหัส แต่ยังมีต้นทุนด้านพลังงาน การดูแลระบบ และอุปกรณ์ประกอบ เช่น ระบบดูดควันหรือชิ้นส่วนที่ต้องเปลี่ยนตามการใช้งาน จึงควรประเมินค่าใช้จ่ายรวมและทดลองกับวัสดุจริง ไม่พิจารณาเฉพาะค่าหมึกที่ลดลง

ปรึกษาการเลือกเครื่องพิมพ์วันที่กับบิสนคร

หากกำลังมองหาเครื่องพิมพ์วันที่สำหรับสายการผลิต สามารถเริ่มศึกษาจาก KGK JET CCS3100 เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทอุตสาหกรรมระบบ CIJ หรือเลือกดูเครื่องในหมวด TIJ, TTO และเลเซอร์ข้างต้น โดยไม่จำเป็นต้องเลือกเทคโนโลยีเดียวกันสำหรับทุกบรรจุภัณฑ์

ติดต่อทีมบิสนคร พร้อมตัวอย่างสินค้าและข้อมูลสายการผลิตเพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสม โทร 02-947-9274 หรืออีเมล [email protected]

อ่านความรู้พื้นฐานเพิ่มเติม: เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทคืออะไร และแตกต่างกันอย่างไรในแต่ละประเภท

บทความที่เกี่ยวข้อง

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท คืออะไร? เจาะลึกประเภทการพิมพ์ ตั้งแต่สำนักงานจนถึง เครื่องพิมพ์อุตสาหกรรม
September 15, 2026

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท คืออะไร? เจาะลึกประเภทการพิมพ์ ตั้งแต่สำนักงานจนถึง เครื่องพิมพ์อุตสาหกรรม

           เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท (Inkjet Printer) คืออุปกรณ์ที่สร้างตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายต่าง ๆ ด้วยการพ่นหมึกขนาดเล็กลงบนพื้นผิว โดยไม่จำเป็นต้องให้แม่พิมพ์สัมผัสกับวัสดุโดยตรง จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือสามารถควบคุมตำแหน่งและปริมาณหมึกได้อย่างแม่นยำ จึงใช้ได้ทั้งการพิมพ์เอกสารทั่วไป งานภาพถ่าย งานโฆษณาขนาดใหญ่ ตลอดจนการพิมพ์วันที่ผลิต หมายเลขล็อต และข้อมูลติดตามสินค้าบนสายการผลิต แม้จะใช้ชื่อว่า “เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท” เหมือนกัน แต่เครื่องแต่ละประเภทมีหลักการทำงาน ความเร็ว ความละเอียด ชนิดหมึก และพื้นผิวที่รองรับแตกต่างกันอย่างมาก เครื่องพิมพ์สำหรับบ้านอาจเน้นความคมชัดและสีสัน ขณะที่เครื่องพิมพ์อุตสาหกรรมจะให้ความสำคัญกับความต่อเนื่อง ความเร็ว ความทนทาน และความสามารถในการพิมพ์บนวัสดุที่หลากหลาย หลักการทำงานของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ซึ่งจริง ๆแล้วหัวใจสำคัญของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทคือ “หัวพิมพ์” ซึ่งมีช่องพ่นหมึกขนาดเล็กจำนวนมาก ทำหน้าที่ปล่อยหยดหมึกตามข้อมูลที่ได้รับจากระบบควบคุม หยดหมึกจะถูกจัดวางลงบนพื้นผิวตามตำแหน่งที่กำหนดจนเกิดเป็นข้อความ รูปภาพ บาร์โค้ด หรือสัญลักษณ์ กระบวนการพิมพ์โดยทั่วไปเริ่มจากการส่งข้อมูลไปยังชุดประมวลผลของเครื่อง จากนั้นระบบจะแปลงข้อมูลให้เป็นรูปแบบที่หัวพิมพ์สามารถอ่านได้ หัวพิมพ์จึงควบคุมการปล่อยหมึกในแต่ละตำแหน่งอย่างสัมพันธ์กับความเร็วของวัสดุหรือสายพานลำเลียง คุณภาพของงานพิมพ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความละเอียดของหัวพิมพ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบหลายด้าน เช่น ดังนั้น เครื่องที่มีค่าความละเอียดสูงอาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดเสมอไป หากเลือกหมึกไม่เหมาะกับวัสดุ หรือติดตั้งหัวพิมพ์ไม่สัมพันธ์กับความเร็วของกระบวนการผลิต เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแตกต่างจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์อย่างไร เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสร้างงานด้วยการพ่นหมึกลงบนวัสดุโดยตรง ส่วนเครื่องพิมพ์เลเซอร์ใช้ผงหมึก ไฟฟ้าสถิต และความร้อนในการยึดผงหมึกเข้ากับกระดาษ

อ่านเพิ่มเติม